MyBanner

โฆษณา

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มหาพิกัดตรีผลา ตำรับยาภูมิปัญญาไทย ป้องกันโควิด - 19

  

ภาพผลแห้งของสมอพิเภก (1), สมอไทย (2) และ มะขามป้อม (3)

        เมื่อวาน (24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564) ผู้เขียนได้ร่วมฟังการเสวนาผ่านเฟสบุคของมูลนิธีกสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งได้มีการสัมภาษณ์ท่านอาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา อาจารย์แพทย์แผนไทย ซึ่งได้กล่าวถึงตำรับยาขนานหนึ่งที่จะใช้สำหรับการป้องกันโควิด-19 ตำรับยาที่ทางท่านอาจารย์กล่าวถึง คือ มหาพิกัดตรีผลา ปรกติผู้เชียนจะทำน้ำดื่มตรีผลาดื่มเป็นประจำ

ตรีผลาเป็นตำรับยาโบราณที่มีการกล่าวถึงในพระไตรปิฏกของฝ่ายเถรวาสที่ยึดถือกันในประเทศไทย ซึ่งตรีผลาจะมีส่วนประกอบผลไม้ ๓ ชนิด สมอพิเภก (1), สมอไทย (2) และมะขามป้อม (3) ซึ่งตำรับที่ทำกันทั่วจะใช้ผลไม้ทั้งสามชนืดในอัตราเท่าๆ กันสำหรับบำรุงร่างกาย แต่ในกรณีที่อยู่ในช่วงมีการระบาดของไข้หวัด หรือโควิด -19 ท่านอาจารย์ให้ใช้ตำรับ มหาพิกัดตรีผลา คือจะประกอบด้วย สมอพิเภก ๓ ส่วน : สมอไทย ๒ ส่วน : มะขามป้อม ๑ ส่วน ต้มน้ำเก็บไว้ดื่มป้องกีนโรคภัยที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ

(อัตราส่วน ๑ ส่วน โดยทั่วไปจะชั่งประมาณ ๑๕ กรัม หรือใช้ตามอุปกรณ์ตวงที่มี)

วิธีทำน้ำมหาพิกัดตรีผลาเก็บไว้ดื่ม

  •    ๑. เตรียมผลสมอพิเภก ๓ ส่วน, สมอไทย ๒ ส่วน และมะขามป้อม ๑ ส่วน นำมาล้างให้สะอาด (ถ้าเป็นแห้งแช่น้ำสะอาดพอท่วม ๓ ชั่วโมง)
  •    ๒. ต้มน้ำประมาณ ๓ ลิตร ให้เดือดประมาณ ๑๕ นาที
  •    ๓. นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ใส่ลงในน้ำที่เดือด ต้มต่ออีกประมาณ ๓๐ นาที
  •    ๔. ยกลงตั้งทิ้งไว้ให้เย็น กรองเอาแต่น้ำกรอกใส่ขวดเก็บในตู้เย็นได้หลายวัน

วิธีการดื่ม

ไม่แนะนำให้ดื่มแทนน้ำนะครับ ให้ดื่มเช้าเย็นครั้งละแก้วโดยประมาณ

สรรพคุณ

  •     ๑. เสริมภูมิคุ้มกัน
  •     ๒. ป้องกันโรคหวัด
  •     ๓. บรรเทาอาการไอ
  •     ๔. ขับเสมหะ


วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ได้เวลาเปลี่ยนใส้กรองถ่านเครื่องกรองน้ำ

  



          ที่บ้านผู้เขียนอยู่ในชนบทที่ระบบประปายังเข้าไม่ถึง ในส่วนของน้ำดื่มจะเก็ยน้ำฝนไว้ในโอ่งปูน ปรกติจะพอใช้ทั้งปี ยกเว้นบางปีแล้งจัด ก็จะขอให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลช่วยนำน้ำมาสงให้ ซื้อบ้าง ฟรีบ้างแล้วช่วงของงบประมาณ
 แต่สำหรับน้ำใช้ ที่บ้านผู้เขียนจะอาศัยสูบมาจากอ่างเก็บน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้านนัก เนื่องน้ำเป็นแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นแหล่งน้ำเปิด จึงไม่เหมาะกับการนำมาดื่ม แต่กรณีของการนำน้ำมาใช้อุปโภค ผู้เขียนจะทำการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำมาผ่านเครื่องกรอง ที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆ โดยใช้ถังพลาสติกขนาดประมาณ ๑๕๐ ลิตร นำมาต่อท่อส่งน้ำเข้า (ปากท่อติดฝาถัง) และดึงน้ำออก (ปากท่อยาวถึงก้นถัง) ดังรูปข้างต้น
 ในส่วนของใส้กรองผู้เขียนจะใช้ถ่านหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน บรรจุไว้ข้างใน ถ่านจะทำหน้าที่ ดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์, ทำหน้าที่ฟอกสี, และทำหน้าที่ดูดซับสารพิษหรือโลหะหนักที่ปนมากับน้ำ โดยปรกติที่บ้านผู้เขียนจะเผาถ่านใช้เอง ดังนั้นถ่านที่ผู้เขียนจะนำมาใช้จะเผามาจากไม้ไผ่ ซึ่งเนื้อถ่านจะมีรูพรุนมากกว่าไม้ทั่วไป ช่วยในการดูดซับสารพิษ จึงนิยมนำถ่านไม้ไผ่มาทำใส้กรองของเครื่องกรองน้ำ


 การเปลี่ยนใส้กรองถ่าน ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงเปิดฝาถังกรองน้ำ แล้วเทน้ำและก่้อนถ่านที่อยู่ในถังออก ถ่านกรองน้ำที่เทออกมานี้ จะนำไปตากให้แห้งสามารถใช้เป็นถ่านหุงต้มได้ตามปรกติ


การเปลี่ยนถ่านกรองทำบ่อยแต่ไหน

 เนื่องจากน้ำที่ได้จะเป็นน้ำใช้ ไม่ใช่น้ำดื่ม การเปลี่ยนถ่านที่ใช้เป็นตัวกรองน้ำ อาจจะ ทำทุกๆ ๓ หรือ ๖ เดือน แต่ถ้าแหล่งน้ำอยู่ใกล้ชมชน หรือแหล่งอุตสาหากรรม อาจจะต้องเปลี่ยนเดือนละครั้ง สำหรับปริมาณที่ใส่อาจจะใส่จนเต็มหรือเต็มถังก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณถ่านมี่เรามี อย่างในกรณีของผู้เขียนจะใส่ครั้งละ ๑ กระสอบอาหารสัตว์ ซึ่งจะได้ประมาณครื่งถังกรอง


วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564

วิสาหกิจชุมชน ยังไม่ใช่นิติบุคคลนะครับ ขอ บอก

  

           ยุคนี้ในต่างจังหวัดไปทางไหนก็จะได้ยินแต่คำว่า "วิสาหกิจชุมชุน" อยู่ทั่วไป วิสาหกิขชุมชน ก็คือ กลุ่มบุคคลที่ได้รับการรับรองกลุ่มหรือจดทะเบียนกลุ่ม โดยหน่วยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกลุ่มบุคคลที่จะขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน จะมีสมาชิกรวมตัวกันอย่างน้อย 7 คน ไม่ซ้ำครัวเรือนกัน ทำการยื่นขอจดทะเบียนที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง

วิสาหกิจชุมชน ไม่ใช่นิติบุคคล

 ผู้คนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่า วิสาหกิจชุมชน เป็นนิติบุคคล เหมือนการจดทะเียน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน, บริษัทจำกัด หรือสหกรณ์ จริงๆ แล้วไม่ใช่ การจดทะเบียน วิสาหกิจชุมชน เป็นแค่การรับรองกลุ่มบุคคลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เท่านั้น ถ้าต้องการให้วิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน นั้นๆ ต้องดำเนินขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับกระทรวงพาณิชย์ หรือ จดเป็น สหกรณ์ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกต่อหนึ่ง (กรณัีที่วิสาหกิจชุมชนนั้นๆ มีคุณสมบัติครบถ้วนพอที่จะจดเป็นสหกรณ์ได้)

วิสาหกิจชุมชนในมุมมองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่า วิสาหกิจชุมชน ไม่ใช่นิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นในมุมมองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วิสาหากิจชุมชน จึงเป็นแค่ "กลุ่มบุคคล" ถ้าสมาชิกภายในกลุ่มไม่มีการตกลงว่า จะแบ่งปันผลกำไรให้สมาชิก หรือเป็น "ห้างหุ้นส่วน" (ไม่จดทะเบียน)  ถ้าสมาชิกภายในกลุ่มมีการตกลงกันว่า จะแบ่งผลกำไรให้สมาชิก

วิสาหกิจชุมชน กับการเสียภาษี

 เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วิสาหกิจชุมชน เป็นแค่ "กลุ่มบุคคล" หรือ "ห้างหุ้นส่วน" ตามที่กล่าวมาในข้างต้น ดังนั้น เมื่อวิสาหากิจชุมชุนมีรายได้ จำเป็นต้องเสียภาษี หลักปฏิบัติเบื้องต้น (กรณีไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล) จะให้ประธานวิสาหกิจชุมชน นำรายได้ของวิสาหกิจชุมชนมารวมกับรายได้ของตัวประธานวิสาหกิจชุมชนเอง ในการคำนวณภาษี ในลักษณะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วนสมาชิกรายอื่นๆ ของวิสาหกิจให้คิดคำนวณภาษเงินได้ของตนเองตามปรกติ (ใช้หลักการเดียวกับการเสียภาษีของห้างหุ้นส่วนไม่จดทะเบียน)

 แต่ในกรณีที่วิสาหกิจชุมชนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว การเสียภาษีเงินได้จะเป็นไปตามเกณฑ์การเสียภาษีของนิติบุคคล

โฆษณา a-ads.com

TraffiG Banner exchange.