MyBanner

โฆษณา

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

เผาขยะให้ได้ถ่าน biochar หรือถ่านชีวมวลสำหรับปรับปรุงดิน และช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน

  



ในเขตนอกตัวเมือง การเผาขยะตามบ้านเรือนเป็นเรื่องปรกติ แต่การเผาขยะโดยทั่วไปจะเป็นการเผาทิ้งไม่ได้ประโยชน์ ผู้เขียนได้มีโอกาสค้นคว้าเกี่ยวกับสารปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ทราบว่าในการจุดไฟเผาสิ่งใดๆ สามารถผลิตสารปรับปรุงบำรุงดินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ถ่านชีวมวลเพื่อการปรับปรุงดิน หรือ ถ่านไบโอ (biochar) ได้ (biochar มาจากคำว่า biomass + charcoal ไม่ใช่ biological + charcoal อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ) ซึ่งถ่านไบโอดังกล่าว สามารถใช้เป็นสารปรับปรุงบำรุงดินที่มีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ปัญหาดลกร้อนได้ในระยะยาวได้อีกด้วย
โดยปรกติการเผาไหม่ใดๆ จะเป็นต้นเหตุหนึ่งของปัญหาโลกร้อน แต่ด้วยวิธีการเผาใหม้แบบเดียวกันนี้ เราสามารถจัดองค์ประกอบในการเผาใหม้สิ่งต่างๆ แต่ละครั้ง ให้สามารถแก้ปัญหาโลกร้อนตามหลักการที่เรียกว่าคาร์บอน ซีเควสตรอชัน (carbonsequestration) ได้ ซึ่งรวมถึงการเผาขยะตามบ้านเรือนด้วย
วิธีการก็คือ เราจะทำเตาเผาขยะในรูปแบบเฉพาะขึ้น เพื่อให้สามารถผลิตถ่านชีวมวลดังกล่าวได้ โดยการสร้างเตาเผาขยะในลักษณะดังกล่าว ไม่ยุ่งยากจนเกินไป และสามารถเผาขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อุปกรณ์และการลงมือเผาขยะ

อุปกรณ์ที่จำเป็นประกอบด้วย ถังเหล็กขนาด 200 ลิตรตัดครึ่งตามขวางดังรูปข้างต้น และถังสีที่เป็นถังเหล็กจำนวน 1 ใบพร้อมฝาปิด 
ในการดำเนินการเผาขยะให้ได้ถ่านไบโอ หรือถ่านชีวมวลเพื่อการปรับปรุงดิน จะเริ่มจากหาวัสดุที่จะนำมาทำเป็นถ่านไบโอ ได้แก่ กิ่งไม้เล็กๆ, ซังข้าวโพด, เม็ดในผลไม้, เศษกระดูกสัตว์, ใบไม้แห้ง, หญ้าหรือฟางแห้ง เป็นต้น นำมาใส่ในถังสีจนเต็ม ปิดฝาและควำไว้กับพื้น จากนั้นนำถังเหล็กมาวางครอบอีกที่หนึ่งดังรูป

นำเศษกิ่งไม้แห้งใส่ไว้ในช่องว่างระหว่างถังสีกับถังเหล็ก สำหรับทำเป็นเชื้อเพลิงตั้งต้น หากิ่งไม้มาทำเป็นเสากันขยะตกรอบๆ ขอบในของถังเหล็ก แล้วนำขยะมาใส่ให้กระจายให้ทั่ว (ดูรูปแรกสุด)

ที่ขอบถังเหล็กของเตาเผาขยะที่วางอยู่กับพื้นให้หา หินมารองให้สูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย พอให้อากาศถ่ายเทได้ จากนั้นหาเชื้อไฟมาทำการจุดเตาเผาขยะ โดยจุดจากด่านล่างของเตา

ไฟจะค่อยๆ ลุกไหม้ขยะ และลุกแรงขึ้นเมื่อไฟลามจนทั่วเตา นำเศษขยะที่หลงเหลืออยู่ใส่ลงในเตาเพิ่มจนกว่าขยะจะหมด
เปลวไฟขณะเผาขยะจะแรงมาก ทำให้หลังเผาขยะเสร็จจะเหลือเถ้าถ่านเพียงเล็กน้อยที่พื้นดินดังรูป
เมื่อเตาเผาขยะเย็นลง ให้นำถังสีวางไว้กลางถังเหล็กมาเปิดออก ก็จะได้ถ่านไบโอดังรูป แต่เปิดถังสีออกมาแล้วปรากฏว่ายังเป็นถ่านไม่หมด ให้ใส่กลับไปในถังสีแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม เพื่อไว้เผาพร้อมกับการเผาขยะครั้งต่อไป (ถ้าขยะน้อยจะต้องเผาอย่างน้อย 2 ครั้ง จึงจะเป็นถ่านหมด)

ถ่านไบโอที่ได้ สามารถนำไปใส่ลงในดินที่ใช้ในการเพาะปลูก เพื่อใช้เป็นสารปรับปรุงบำรุงดิน และช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนตามวิธีการที่กล่าวมาในข้างต้น ถ้าทุกครอบครัวสามารถทำในลักษณะนี้ได้ ปัญหาโลกร้อนจะคลี่คายลงแน่นอน

หมายเหตุ หรือจะนำไปทำเป็นถ่านอัดแท่งใช้ในครัวเรือนก็ไม้่ผิดกติกานะคราบ



บันทึกประจำวันที่ 14 เมษายน พ.. 2557 (2014)

เวลา
เหตุการณ์
06:00 . ตื่นนอน ดื่มกาแฟ อ่านวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ และหนังสือเรื่อง "เหนือกว่า วอลสตรีท" หรือ One Up On Wall Steet.
07:00 . ทำต้นฉบับบทความเรื่องใหม่
07:30 . กวาดเศษใบไม้รอบบ้าน
08:15 .
0.กินข้าวเช้า 1.กับข้าว:หมูทุบอบแห้ง, แกงยอดฟักข้าวปลาดุก, ผัดเผ็ดกบ
08:45 . กวาดเศษใบไม้รอบบ้าน อาบน้ำ ทำบันทึกประจำวันของวันก่อน ทำบัญชีครัวเรือน
09:45 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานอินเตอร์เน็ต ( 18/2557):แก้ไขบทความและทำต้นฉบับบทความเรื่องใหม่
10:15 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานคอมพิวเตอร์ (15/2557):อ่านเอกสารเตรียมทำบทความเรื่องใหม่
12:00 .
0.กินข้าว 1.กับข้าว:หมูทุบอบแห้ง, แกงยอดฟักข้าวปลาดุก, ผัดเผ็ดกบ
12:30 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานอินเตอร์เน็ต ( 18/2557):แก้ไขบทความและทำต้นฉบับบทความเรื่องใหม่
15:00 . ไปกรอกทรายใส่กระสอบกันน้ำ
16:15 . ลอกสายทองแดงไว้ทำเจนเนอเรเตอร์
17:00 . เผาขยะ
18:00 . ลอกสายทองแดงไว้ทำเจนเนอเรเตอร์
18:30 . อาบน้ำ
18:45 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานอินเตอร์เน็ต ( 18/2557):เตรียมต้นฉบับบทความชุดใหม่
19:-0 .
0.กินข้าว พักผ่อน 1.กับข้าว:แกงเต่าใส่หน่อกระทือ, แกงผักกันตงผักหวานป่าปลาดุก, กากหมูทอด
21:00 . เข้านอน

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

ป้ายไม้รอบบ้าน 1

  



ที่หมู่บ้านหนองกระดี่ ตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีช่างศิลป์มืออาชีพอยู่ท่านหนึ่ง พวกเราเรียกช่างศิลป์ท่านนี้ว่า พี่เอก อายุประมาณ 40 ปลายๆ งานศิลป์ที่พี่เอกทำเป็นงานไม้แกะสลัก ส่วนใหญ่เป็นการแกะสลักแบบนูนต่ำ ครอบครัวผู้เขียนประทับใจในฝีมือและแนวคิด จึงได้ขอซื้อ และสั่งทำป้ายไม้มาติดไว้รอบบ้าน ส่วนราคานั้นผู้เขียนจำไม่ได้ (แต่ไม่แพง) เริ่มต้นที่ภาพเงาของในหลวงขณะทรงงานผู้เขียนนำมาติดไว้ที่ผนังทางขึ้นบ้าน

อีกป้ายหนึ่งที่ประทับใจเลยขอซื้อพี่เอกมาติดตั้งที่ซุ้มหน้าบ้าน
 
ป้ายไม้ชิ้นเล็กๆ นี้พี่เอกแถมมาให้ ติดไว้ที่เสาทางขึ้นบ้าน ถ้าเอาแผ่นไม้มาติดธรรมดาก็คงไม่มีคุณค่าใดๆ
ในการทำการเกษตรของครอบครัวผู้เขียนจะยึดคำสั่งสอนของในหลวง คือปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือในพื้นที่เดียวกันจะประกอบด้วย พืชสำหรับเป็นอาหาร เช่น ขิง, ข่า, ตะไคร้, มันชนิดต่างๆ, ผักพื้นบ้าน, ผักหวานบ้าน, ผักหวานป่า, พืชสมุนไพร, ไม้ผลหลากหลายชนิด, ไผ่หลายชนิด, พืชสำหรับใช้สอย หรือพืชใช้ประโยชน์ทั่วไป เช่นทำฟืน, เผาถ่าน, ทำเชื้อเพลิง, ทำซุ้ม, ทำโรงเรือน และพืชเศรษฐกิจอย่างสัก, ยางนา, สะเดา, พยูง, พยอม เป็นต้น ทั้งหมดปลูกตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ หรือแยกเป็นพืชใต้ดินและพืชผิวดิน, พืชชั้นกลาง, ไม้เรือนยอดหรือไม้ชั้นสูง ซึ่งจะให้ประโยชน์มหัศจรรย์ 4 อย่าง คือ พอกิน, พออยู่, พอใช้ และพอร่มเย็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำอาชีพเกษตรกรรม ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง
หลักในการเลือกพืชมาปลูก จะได้จากการได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง จังหวัดชลบุรีของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ [www.agrinature.or.th] คือ ปลูกของที่กิน กินของที่ปลูก พืชกินใบกินลูก เอามาปลูกไว้กิน
การทำการเกษตรของครอบครัวผู้เขียนยังไม่ถึงขั้นเกษตรอินทรีย์ แต่กำลังพยายามให้เป็นเกษตรอินทรีย์ 100 % ที่ว่ายังมีถึงขั้นเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากในบางพื้นที่ยังมีการใช้ยาฆ่าหญ้าอยู่, ยังใช้ปุ๋ยเคมี, ใช้ยาคลุกเมล็ดพันธุ์พืช (ยกเว้นบริเวณที่เป็นสวนกสิกรรมธรรมชาติ) โดยการใช้สารเคมีที่เป็นพิษจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และผู้บริโภคเป็นหลัก (ตามหลักปฏิบัติของ GAP) ส่วนสารเคมีกำจัดโรคพืช และยาฆ่าแมลงนั้น ไม่ได้ใช้มานานแล้ว และใช้สารหมักชีวภาพแทน ไม่ได้เน้นปริมาณการผลิต และเน้นผลผลิตที่ปลอดภัย ในระหว่างที่ยังไม่สามารถทำเกษตรอินทรีย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็จะยึดหลักที่ว่า อินทรีย์ชีวภาพนำ เคมีเสริมตามความเหมาะสมตามที่เห็นในป้าย

ป้ายนี้เป็นป้ายเตือนสติในการทำงานอีกป้ายหนึ่ง เป็นคำที่จำมาจากการไปอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง เช่นเดียวกัน

สำหรับท่านที่สนใจสั่งทำป้ายไม้กับพี่เอก สามารถติดต่อได้ที่ 085-2657545 และ 092-5478545


วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

ขยายเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรืออีเอ็มขยาย (EM) ปู่, พ่อ, ลูก

  



จากที่ได้เข้าร่วมโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สุพรรณบุรี ทำให้ได้รับองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง หนึ่งในองค์ความรู้ดังกล่าวก็คือ เรื่องของการทำอีเอ็มขยาย ปู่ พ่อ ลูก ซึ่งต้องขอกราบขอบคุณท่านอาจารย์สมศักดิ์ เพชรปานกัน แห่งวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สุพรรณบุรีที่กรุณาถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้
การทำอีเอ็มขยาย ปู่ พ่อ ลูก เป็นกระบวนการขยายเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ให้เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งภายในครัวเรือน และด้านการเกษตร โดยเริ่มต้นจากหัวเชื้ออีเอ็มเพียง 1 สามารถขยายเชื้อได้ถึง 125,000 ลิตรภายในรอบของการขยายเชื้อเพียงรอบเดียว
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มต้นจากเรามีหัวเชื้ออีเอ็ม หรือหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะหาซื้อในท้องตลาด หรือหัวเชื้ออีเอ็มที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจัดทำขึ้นแจกจ่ายให้เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการชีวิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนำหัวเชื้ออีเอ็ม 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 50 ลิตรละลายคนให้เข้ากันในถังหมักขยายเชื้อ โดยการขายเชื้อชุดแรกนี้จะเรียกว่า อีเอ็มขยาย ปู่ โดยจะหมักขยายเชื้อไว้อย่างน้อย 7 วัน
ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้อีเอ็มขยายปู่แล้ว เราจะตักอีเอ็มขยายปู่มา 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร และน้ำอีก 50 ลิตร ละลายและคนให้เข้ากันเก็บในถังหมักอีกใบหนึ่ง ซึ่งถังอีเอ็มขยายชุดนี้จะเรียกว่า อีเอ็มขยาย พ่อ ปิดฝาหมักทิ้งไว้อีกอย่างน้อย 7 วันเช่นเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 3 จากนั้น เราจะอีเอ็มขยายพ่อมา 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 50 ลิตร ละลายและคนส่วนผสมทั้งสามอย่างให้เข้ากัน ปิดฝาหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน อีเอ็มขยายชุดนี้จะเรียกว่า อีเอ็มขยายลูก

การนำอีเอ็มขยายไปใช้ และการขยายเชื้อต่อเนื่อง
การนำอีเอ็มขยายไปใช้ เราจะตักเอาอีเอ็มขยายในถังลูกไปใช้จนหมดถังก่อน จากนั้นจะเริ่มขั้นตอนที่ 3 ใหม่ แต่เนื่องจากเราต้องรอการหมักขยายเชื้อของอีเอ็มลูกไปอีกอย่างน้อย 7 วัน ซึ่งอาจจะไม่ทันใช้ ดังนั้นในขั้นตอนของการขยายเชื้ออีเอ็มลูก อาจจะทำไว้หลายๆ ถัง อย่างในกรณีของผู้เขียนจะทำไว้ 3 ถัง เวลานำไปใช้จะเปิดใช้ทีละถัง เมื่ออีเอ็มขยายในถังหมด ก็จะทำการขยายเชื้อจากอีเอ็มพ่อ (ขั้นตอนที่ 3) ซ้ำอีกแล้วไปใช้อีเอ็มขยายในถังถัดไป เมื่อหมดก็จะทำแบบถังก่อนหน้านี้อีก แล้ววนกลับไปใช้อีเอ็มขยายที่ถังแรกใหม่ ซึ่งจะครบเวลาของการขยายเชื้อพอดี
ทำลักษณะเดียวกันนี้ไปจนกว่าอีเอ็มขยายพ่อจะหมด ก็จะกลับไปดำเนินการในขั้นที่ 2 คือทำอีเอ็มขยายพ่อใหม่ ทำเช่นนี้จนกว่าอีเอ็มขยายปู่จะหมด ก็จะต้องไปหาหัวเชื้ออีเอ็มมาเริ่มทำการขยายในขั้นตอนที่ 1 อีเอ็มขยายที่ทำตามกระบวนการข้างต้น ควรจะให้ให้หมดภายใน 3 เดือน
สำหรับวิธีการที่จะทราบว่าเรากำลังนำอีเอ็มลูกถังไหนไปใช้ ผู้เขียนจะใช้วิธีทำเป็นป้ายตัวเลขหมุนเวียนบ่งบอกถึงถังอีเอ็มขยายที่เปิดใช้อยู่ดังรูปข้างต้น

จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในถังขยายเชื้อ


บันทึกประจำวันที่ 12 เมษายน พ.. 2557 (2014)
เวลา
เหตุการณ์
06:00 . ตื่นนอน ดื่มกาแฟ อ่านวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ และหนังสือเรื่อง "เหนือกว่า วอลสตรีท" หรือ One Up On Wall Steet.
07:00 . ทำต้นฉบับบทความเรื่องใหม่
07:30 .
0.กินข้าวเช้า 1.กับข้าว:ผัดผักบุ้ง, ผัดใบผักหวานป่า, ฟักทองต้ม
09:30 . งานของกิจกรรมอาชีพ กสิกรรมธรรมชาติ บ้านแม่ทำ สีทา (3/2557):ผสมดินเพาะชำต้นไม้
11:00 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานคอมพิวเตอร์ (15/2557):อ่านเอกสารเตรียมทำบทความเรื่องใหม่
12:45 .
0.งานของกิจกรรมอาชีพ กสิกรรมธรรมชาติ บ้านแม่ทำ สีทา (3/2557):สูบน้ำรดต้นไม้ที่เพาะชำไว้ และสูบน้ำใช้ด้วยโซลาร์เซลล์ 1.กินข้าว 2.กับข้าว:ยำหนังหมู, ต้มจืดน้ำเต้าหมูสับ, ผัดผักบุ้ง
13:45 .
0.งานของกิจกรรมอาชีพ กสิกรรมธรรมชาติ บ้านแม่ทำ สีทา (3/2557):สูบน้ำรดต้นไม้ที่เพาะชำไว้ และสูบน้ำใช้ด้วยโซลาร์เซลล์ 1.พักผ่อน
16:00 . ไปดูการติดตั้งปั้มสูบน้ำที่บ้านสนธยา
17:30 .
0.สภาพอากาศ:ฝนตกหนักมาก 1.อาบน้ำ กินข้าว พักผ่อน 2.กับข้าว:แกงเปอะหน่อไม้ไผ่ตรงลืมแล้ง, ผักผักบุ้ง
20:00 . เข้านอน

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

โฆษณา :: trafficg.com

  


   
TrafficG.com เป็นเว็บไซต์ แลกเปลี่ยนการเปิดหน้าเว็บ หรือที่เรียกว่า Traffic ที่มีคนใช้จำนวนมากเว็บหนึ่ง เป็นเว็บไซต์แลกเปลี่ยนการเปิดหน้าเว็บ ที่มีสมาชิกทั่วโลก รองรับได้ทุกภาษาถิ่น รวมถึงภาษาไทย ในการแลกเปลี่ยนการเปิดหน้าเว็บของ TrafficG สามารถเลือกแลกเปลี่่ยนเฉพาะในกลุ่มภาษาถิ่นของเว็บไซต์นั้นๆ หรือจะแลกเปลี่ยนเว็บไซต์ภาษาอื่นๆ ทั่วโลกก็ได้เช่นเดียวกัน


ปั้มชัก กับการสูบน้ำด้วยโซลาร์เซลล์

  



ที่บ้านผู้เขียนไม่ได้ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์จากระบบสายส่งของการไฟฟ้ามากว่า 2 ปีแล้ว ส่วนต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไรดูได้จากบทความในบล็อก “บ้านฉัน พลังงานทดแทน” และเนื่องจากครอบครัวผู้เขียนทำอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งมีความจำเป็นต้องสูบน้ำขึ้นมาใช้และเพื่อทำการเกษตร พระเอกของเรื่องนี้ที่ทำให้พวกเรามีน้ำใช้สำหรับการเกษตรก็คือ ปั้มชักมอเตอร์จักรยานไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ในการขับเครื่อนตัวนี้
 
ปั้มชัก หรือ Piston Pump ที่บ้านผู้เขียนใช้อยู่เป็นปั้มขนาดท่อดูด 1 นิ้ว และท่อส่ง 1 นิ้ว สามารถสูบน้ำใด้ประมาณ 2000 ลิตรต่อชั่วโมง (ดูจากตัวเลขที่อยู่กับตัวปั้มชัก
 
สำหรับแหล่งน้ำที่ดึงน้ำขึ้นมา เป็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาด 200 ไร่ ซึ่งระยะทางจากแหล่งน้ำมาถึงจุดที่ตั้งปั้มชักคิดเป็นจำนวนท่อนของท่อพีวีซีประมาณ 50 ท่อน หรือประมาณ 200 เมตร ส่วนท่อส่งน้ำไปใช้ในส่วนเป็นท่อ 2 นิ้วคิดเป็นระยะท่อพีวีซีกว่า 100 ท่อน (ระยะเฮดประมาณ 4 เมตร) ปั้มตัวนี้สามารถดูดและส่งน้ำไปยังปลายสุดได้อย่างไม่มีปัญหา ความแรงของน้ำสามารถเปิดหัวสปริงเกอร์เบอร์ 444 พร้อมกันจำนวน 4 หัว แต่ละหัวได้รัศมีของน้ำกว่า 2 เมตร
มอเตอร์ที่ใช้ขับเครื่อนปั้มชักที่ใช้ เป็นมอเตอร์รถจักรยานไฟฟ้า โมเดล MY1016 ขนาด 350 วัตต์ (ประมาณครึ่งแรงม้า) ซี่งซื้อจากอินเตอร์เน็ตเพราะในตลาดท้องถิ่นไม่มีขาย มอเตอร์ดังกล่าวสามารถทำได้งานทั้งไฟฟ้ากระแสตรง 12 โวลต์ และ 24 โวลต์ โดยในกรณีของผู้เขียนจะใช้ที่ 24 โวลต์ ความเร็วรอบของมอเตอร์ขณะไม่มีโหลดประมาณ 2750 รอบต่อนาที กินไฟประมาณ 20 แอมป์ต่อชั่วโมง (19.2 A) ใส่มูเลดึงสายพานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว มูเลที่ตัวปั้มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว เวลาเดินเครื่อง มอเตอร์จะหมุนเร็วมาก เร็วกว่า 400 รอบต่อนาที

ปัญหาเรื่องมอเตอร์ของปั้มชักร้อนมาก

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดสำหรับการใช้ปั้มชักสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ คือ มีความร้อนสะสมที่มอเตอร์มาก จนทำให้มอเตอร์หรือสายไฟไหม้ หรือถ้าใช้เบรกเกอร์เป็นสวิช เบรกเกอร์จะทิ๊ปหรือตัดบ่อย สำหรับที่ผู้เขียนใช้งงานอยู่มากว่า 2 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ แต่ไปมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ภายในปั้มชักสึกหรอหรือพังมากกว่า
 
การแก้ปัญหาเรื่องมอเตอร์ร้อน ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสภาพปัญหาก่อน คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวมอเตอร์ เนื่องจากมอเตอร์รถจักรยานไฟฟ้า เป็นมอเตอร์ที่ออกแบบมาให้สามารถทนความร้อนได้ดีในระดับหนึ่ง และสามารถทำงานได้ติดต่อกันต่อเนื่องหลายชั่วโมง แต่ปัญหาที่ทำให้มอเตอร์ของปั้มชักมีอาการร้อนขึ้นจนเกิดอาการใหม้ มีสาเหตุอยู่ 2 สาเหตุคือ
1. ปั้มฝืด หมายถึงอุปกรณ์ภายในปั้มติดขัด เดินเครื่องไม่สะดวก หรืออาจจะเกิดจากการวางลิ้นสูบน้ำของปั้มชักผิดทาง (ถือเป็นจุดสำคัญมาก) สรุปก็คือ สาเหตุแรกมาจากตัวปั้มชักเอง การแก้ไขก็แก้ที่จุดที่เกิดปัญหา
2. การส่งน้ำออกจากปั้มชักทำได้ไม่สะดวก กล่าวคือ ธรรมชาติการทำงานของปั้มชักจะใช้ระบบลูกสูบในการดึงและดันน้ำไปในทิศทางที่กำหนด จุดที่มีผลต่อการทำงานของปั้มชักคือ การดันน้ำออกจากตัวปั้ม ซึ่งถ้าปั้มชักสามารถสูบน้ำขึ้นมาได้ ปั้มจะต้องส่งหรือดันน้ำออกอย่างไม่มีเงื่อนไข ถ้าน้ำที่ถูกดันออกมาจากตัวปั้มถูกขัดขวางด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะมีผลทำให้ปั้มชักทำงานช้าลงจนหยุดทำงาน (ผู้เขียนเคยทดลองปิดวาล์วหน้าปั้ม ผลปรากฎว่าปั้มชักหยุดทำงาน แต่ไฟฟ้ายังคงไหลเข้ามอเตอร์อยู่)

ทั้งสองสาเหตุในข้างต้นมีผลทำให้ตัวปั้มชักทำงานช้าลง ทำให้มอเตอร์หมุนช้าลงแต่ต้องใช้กำลังขับมากกว่าเดิม ทำให้ขดลวดทองแดงของมอเตอร์มีกระแสไฟฟ้าสะสมในปริมาณมาก ทำให้มอเตอร์ร้อนขึ้น
 
วิธีการแก้ปัญหามอเตอร์ปั้มชักร้อน


สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องมอเตอร์ปั้มชักร้อน หลายท่านใช้วิธีติดตั้งพัดลมเพิ่ม ซึ่งหมายถึงต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม บางท่านใช้วิธีเจาะเหล็กรอบมอเตอร์เพื่อเป็นรูระบายอากาศ แต่สำหรับผู้เขียนจะใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไป คือ

1. เลือกซื้อปั้มชักที่หมุนคล่องที่สุด (ลองใช้มือหมุนมูเลของปั้ม) หยอดน้ำมัน อัดจารบี แก้ไขจุดที่ทำให้ปั้มฝืด เช่นลูกปืนในตลับลูกปืนที่ก้านปั้มชักอาจจะแตก ต้องเปลี่ยนใหม่ หรือตรวจสอบลิ้นสูบน้ำของปั้มชักวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งถ้าวางผิดตำแหน่งปั้มชักจะไม่ดันน้ำออกมา และหยุดทำงานในที่สุด

2. ทำให้น้ำไหลออกจากตัวปั้มให้เร็วและมากที่สุดที่จะทำได้ ในกรณีของผู้เขียนจะใช้ข้อต่อท่อสามทาง แยกน้ำออกจากตัวปั้มเป็น 2 สายพร้อมกัน ดังรูป ถ้ามีทางออกเส้นเดียวน้ำจะไหลออกไม่ทันทำให้ปั้มชักทำงานช้าลง 



3. ใส่เช็กวาล์วให้กับท่อน้ำออกทั้งสองเส้นทาง (ลูกศรชีในรูปถัดไป) เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันน้ำที่อยู่ในท่อส่งน้ำไหลกับมาที่หน้าปั้ม ซึ่งถ้าไม่ใส่เช็กวาล์วหรือเช็กวาล์วเสียจะทำให้น้ำในท่อส่งดันกลับมาที่หน้าปั้ม ทำให้ปั้มทำงานช้าลง
4. ต่อปลายท่อน้ำทั้งสองเส้นทางเข้าท่อส่งน้ำขนาด 2 นิ้ว และติดตั้งตั้งแอร์แวร์แบบ 2 ท่อก่อนต่อเข้าท่อส่งน้ำไปใช้งานดังรูปถัดไป แอร์แวร์จะช่วยลดแรงกดดันหรือแรงปะทะของน้ำจากท่อส่ง ทำให้แรงกดดันของน้ำที่จุดเช็กวาล์วและท่อหน้าปั้มมีน้อยกว่าแรงดันของน้ำที่ปั้มชักดันออกมาเสมอ

5. ใช้สายไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่หาได้ ถ้าใช้สายไฟที่ต่อไปที่มอเตอร์ของปั้มชักเป็นสายเส้นเล็ก เวลากระแสไหลไปตามสายไฟจะเกิดความร้อนขึ้นมากกว่าสายไฟเส้นใหญ่ ความร้อนนี้จะไหลไปที่ตัวมอเตอร์ของปั้มชักด้วย
6. ใช้คัดเอาท์หรือเบรกเกอร์ที่แอมป์สูงๆ เพื่อให้เกิดความร้อนหรือเกิดการตัดกระแสไฟบ่อยๆ สำหรับในกรณีของผู้เขียนจะใช้เป็นคัทเอาท์ขนาด 30 แอมป์ ซึ่งเท่าที่ใช้งานมายังไม่พบปัญหา

สำหรับการสูบน้ำใช้สำหรับการเกษตรของครอบครัวผู้เขียน ถือว่า ยังไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรที่ครอบครัวผู้เขียนทำกันอยู่ ในอนาคตจะพัฒนาระบบสูบน้ำที่ใช้ท่อดูดและท่อส่งขนาดใหญ่ขึ้น เป็น 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว โดยใช้ปั้มสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์เป็นหลัก ได้ผลอย่างไรจะนำมาเล่าลงในบล็อกเกอร์แห่งนี้

 บันทึกประจำวันที่ 11 เมษายน พ.. 2557 (2014)
เวลา
เหตุการณ์
06:00 . ตื่นนอน เดินกลับมาที่บ้าน
06:15 . ดื่มกาแฟ อ่านวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ และหนังสือเรื่อง "เหนือกว่า วอลสตรีท" หรือ One Up On Wall Steet.
07:15 . งานของกิจกรรมอาชีพ กสิกรรมธรรมชาติ บ้านแม่ทำ สีทา (3/2557) : ไปพ่นน้ำหมักชีวภาพในแปลงฟักทอง
09:00 .
0.อาบน้ำ กินข้าวเช้า 1.กับข้าว:แกงจีดวุ้นเส้นหมูสับยอดผักโขม, ผัดผักบุ้ง
09:15 . ทำบันทึกประจำวันของวันก่อน ทำบัญชีครัวเรือน
09:45 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานคอมพิวเตอร์ (15/2557):อ่านเอกสารเตรียมทำบทความเรื่องใหม่
13:00 .
0.กินข้าว 1.กับข้าว:แกงจีดวุ้นเส้นหมูสับยอดผักโขม, ผัดผักบุ้ง
13:30 . นำใบราคาระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำเพื่อการเกษตรไปเสนอผู้ใหญ่ฝัด ที่วังคัน
16:30 . แวะซื้อของตลาดนัดวังคัน
17:00 . แวะช่วยตรวจเช็กการทำงานของปั้มชักสูบน้ำที่บ้านของสนธยา
18:00 . งานของกิจกรรมอาชีพ งานอินเตอร์เน็ต (17/2557):โพสต์บทความเรื่องใหม่
19:00 .
0.อาบน้ำ กินข้าว พักผ่อน 1.กับข้าว:ยำหนังหมู, หมูสามชันทอด, ผัดยอดผักโขม, ต้มจืดน้ำเต้าหมูสับ
21:00 . เข้านอน

โฆษณา a-ads.com

TraffiG Banner exchange.